ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHorasaadRevision.com
dot
ห้องโหรแว่นทิพย์
dot
bulletWelcome to foreigners
bulletกำเนิดจักรราศี
bulletกฎเกณฑ์โหราศาสตร์ไทย
bulletอันโตนาฑี
bulletอายนางศ์
bulletวิธีคำนวนสมผุสลัคนา
bulletนัยยะแห่งเรือนราศี
bulletนัยยะแห่งเรือนชะตา
bulletนัยยะแห่งดวงดาว
bulletนัยยะแห่งตำแหน่งดาว
bulletทิศาพยากรณ์
bulletโรคาพยากรณ์
bulletทักษาพยากรณ์
bulletบูรณมี-อมาวสี
bullet๑๐๘นวางค์รอบจักรวาล
bulletวรโคตรนวางค์
bulletตรียางค์พิษ
bulletโหรปัตนิและคาวพระศุกร์
bulletนานาปกรณ์เกี่ยวกับฤกษ์
bulletโหรเศรษฐกิจและการเมือง
bulletเกร็ดโหราศาสตร์
bulletเคล็ดวิชาต่างๆ
dot
โหราศาสตร์ไทย ฉบับหอมรดกไทย
dot
bulletตำนานดาวพระเคราะห์
bulletการแบ่งจักรราศี
bulletตำรามหาทักษา
bulletคัมภีร์กาลโยค
bulletลัคนากับดวงชะตา
bulletมาตรฐานดาวเคราะห์
dot
หน้าแบบฟอร์มต่างๆของเว็บไซด์
dot
bulletแบบฟอร์มตั้งชื่อ-นามสกุล
bulletแบบฟอร์มฤกษ์พิธีมงคลต่างๆ
bulletแบบฟอร์มฤกษ์คลอดบุตร
bulletแบบฟอร์มฤกษ์มงคลสมรส
bulletแบบฟอร์มฤกษ์เปลี่ยนชื่อ
bulletแบบฟอร์มห้องเรียนโหร
bulletสมุดเยี่ยม
dot
เกร็ดพยากรณ์..เพื่อความบันเทิง
dot
bulletนิสัยสาว 12 ราศี
bulletทายนิสัยจากเดือนเกิด
bulletจุดร้อนตามราศี
bulletความรักตามวันเกิด
bulletทายนิสัยจากการใส่แหวน
bulletผลไม้ทายนิสัย
bulletความรักตามกรุ๊ปเลือด
bulletอ่านใจหนุ่ม 12 ราศี
bulletผู้ชายเพอร์เฟค
bulletน้ำหอมกับราศี
bulletวิธีมัดใจหนุ่ม-สาวราศีต่างๆ
bulletพยากรณ์ ช-ญ ตามวันเกิด
bulletวันเกิดบอกนิสัยเนื้อคู่ ช-ญ
bulletทำนายเซ็กส์กับราศี
bulletความลับบนเตียง 12 ราศี
bulletเคล็ดลับดูไฝบนกายสาว
bulletทำนายผู้เกิดใน 12 นักษัตร
bulletคู่แต่ง คู่รัก คู่ขา?
bulletทายนิสัยคนใกล้ตัว 17 เรื่อง
bulletดวงของผู้หญิงตามวันเกิด
bulletดู ตัวตน,ชอบ,ยี้ หนุ่มสาว
bulletต้นไม้มงคลกับราศีเกิด
dot
เว็บวาไรตี้ยอดนิยม
dot
bulletwww.sanook.com
bulletwww.kapook.com
bulletwww.mthai.com
bulletwww.ragnarog.in.th
bulletwww.hunsa.com
bulletwww.teenee.com
bulletwww.365jukebox.com
bulletwww.dek-d.com
bulletwww.zuzaa.com
bulletwww.wanjai.com
bulletwww.narak.com
bulletwww.jorjae.com
bulletwww.aromdee.com
bulletwww.deedeejang.com
bulletwww.funwhan.com
bulletwww.saranair.com
bulletwww.madoo.com
dot
หนังสือพิมพ์ไทย-เทศ
dot
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletข่าวสด
bulletคม ชัด ลึก
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletไทยโพสท์
bulletแนวหน้า
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletโพสท์ทูเดย์
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามกีฬา
bulletสยามรัฐ
bulletBangkok Post
bulletThe Nation
bulletVoice of America
bulletBBC Thai
dot
Foreign newspaper
dot
bulletNew Straits Time MY
bulletThe Straits Time SG
bulletVientiane Times LAOS
bulletNew Light of Myanmar
bulletThe Daily Tribune PH
bulletThe Manila Times PH
bulletThe Jakarta Post
bulletS. China Morning Post
bulletChina Daily CN
bulletTaipei Times TW
bulletYomiuri Shimbun JP
bulletThe Asahi Shimbun JP
bulletThe times of India
bulletAl Jazeera
bulletThe Guardian UK
bulletThe Times UK
bulletBBC News UK
bulletLe Monde FR
bulletDie Welt DE
bulletLa Nacion Line AR
bulletThe New York Time
bullet USA today
bulletThe Washington Post
bulletThe wall street Journal
bulletOnline Newspaper Di.tory
dot
ธนาคารต่างๆ
dot
bulletธ.กรุงเทพ
bulletธ.กรุงไทย
bulletธ.กรุงไทย ชาริอะฮ์
bulletธ.กรุงศรีอยุธยา
bulletธ.กสิกรไทย
bulletธ.ซิติ้แบงค์
bulletธ.ดีบีเอส ไทยทนุ
bulletธ.ทหารไทย
bulletธ.ธนชาต
bulletธ.นครหลวงไทย
bulletธ.ยูโอบี รัตนสิน
bulletธ.สแตนดาร์ด ช. นครธน
bulletธ.อิสลามแห่งประเทศไทย
bulletธ.เอเซีย
bulletธ.ไทยธนาคาร
bulletธ.ไทยพาณิชย์
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


เชิญค่ะ


 ดูหนังสือ สอบถาม
 สั่งซื้อ

eXTReMe Tracker

 ชาติ                                           

นานาทรรศนะ 
เสนอร่างรัฐธรรมนูญ
ปกิณกะ
เหตุการณ์ในอดีต 
เรื่องของไทยในอดีต 
เรื่องของชนชาติไทย
ภูมิศาสตร์ของไทย 
ก่อนสมัยสุโขทัย 
กรุงสุโขทัย
กรุงศรีอยุธยา
กรุงเทพมหานคร
นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
อุทยานประวัติศาสตร์
เมืองเก่าของไทย
ทำเนียบหัวเมือง
การทหารของไทย
ธงชัยเฉลิมพล
ทหารรักษาพระองค์
ทหารอาสาต่างชาติ 
รู้เรื่องเมืองสยาม 
ประเทศเพื่อนบ้านของไทย()
ความสัมพันธ์ไทย-อเมริกัน 
เหตุการณ์ปี ร.ศ.๑๑๒
เหตุการณ์ปี ๒๔๗๕
กรณีพิพาทอินโดจีน
การรบที่กาะช้าง
สงครามมหาเอเซียบูรพา
สงครามเกาหลี 
สงครามเวียตนาม 
กรณีปราสาทพระวิหาร
กรณีโรฮิงยา
ความไม่สงบชายแดนภาคใต้
อนุสาวรีย์วีรชน 
สารานุกรมฉบับย่อ()
ตัวหนังสือไทย
เรียนหนังสือไทยสมัยก่อน 
รามเกียรติ์ 
ขุนช้าง ขุนแผน
พระอภัยมณี
นิราศ
กาพย์เห่เรือ
สุภาษิตไทย
ธรรมเนียมประเพณีไทย 
โหราศาสตร์ไทย 
เพลงไทยให้สาระ
เงินตราไทย
เครื่องดนตรีไทย
หมากรุกไทย
มวยไทย
สมุนไพรไทย
พันธุ์ไม้ดอกไทย
นกในประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
 
ทางบก
 ทางทะเล
เที่ยวทั่วไทย 
เที่ยวไปชมไป

 ศาสนา                                     

การบริหารคณะสงฆ์
การศึกษาพระปริยัติธรรม
กฎหมายพระสงฆ์ของไทย
สมเด็จพระสังฆราช
ทำเนียบสมณศักดิ์
พัดยศสมณศักดิ์
คณะสงฆ์จีนนิกาย
คณะสงฆ์อนัมนิกาย
พระพุทธรูปสมัยต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปประจำวัน
พระธาตุเจดีย์
พระพุทธบาท
พระแท่น
พระไตรปิฎก
การแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า
การบัญญัติพระวินัย
โสพัสปัญหา
พุทธประวัติ
พระอสีติมหาสาวก
พุทธศาสนสุภาษิต
พุทธานุวัตร
วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนพิธี
พระป่าและวัดป่า
พุทธศาสนาในปัจจุบัน
ภัยแห่งพุทธศาสนา
ศาสนาต่างๆในไทย)

  พระมหากษัตริย์                      

พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย
พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา
พระมหากษัตริย์สมัยธนบุรี
พระบรมราชจักรีวงศ์
พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล
พระราชลัญจกร
เครื่องราชกกุธภัณฑ์
ธงในองค์พระมหากษัตริย์
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
น้ำอภิเษก
พระราชพิธีสิบสองเดือน
พระราชานุกิจ
จอมทัพไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
เหรียญอันเนื่องจากการรบ
พระบรมมหาราชวัง
ประชุมพงศาวดาร
ราชการสงครามฯ
งานกู้ชาติฯ
ประชุมพระราชปุจฉา
พระราชหัตถเลขา ใน ร.๔
พระบรมราโชบายฯ ร.๕
พระราชดำรัส ใน ร.๕
พระราชนิพนธ์ ใน ร.๖
ร.๖ กับการป้องกันประเทศ
พระราชดำริใน ร.๗
พระบรมราโชวาท

 มุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทย์และเทคโน
ศูนย์เทคโนอีเลคทรอนิกส์และคอมแห่งชาติ
เว็บการเรียนรู้วิทย์และเทคโนร.ร.ในชนบท
ดาราศาสตร์สำหรับคนไทย
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ
แหล่งความรู้วิศวโยธา,เครื่องกลและขนส่ง
โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ[lesa]
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนแห่งไทย
องค์การพิพธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ดูดาวดอทคอม
รวมบทความด้านวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
นิยายวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์น่ารู้

 

 มุมศาสนาต่างๆ                      

สำนักข่าวชาวพุทธ
มุสลิมไทยไซเบอร์เน็ต
หนังสือธรรมะออนไลน์
ธรรมะไทย
มุสลิมแคมปัสดอทคอม
โบสถ์คริสเตียนไทยอเมริกา
กัลยาณมิตร
เสขิยธรรม
มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
หลวงตามหาบัว
พุทธทาสศึกษา
พระรัตนตรัย
เครือข่ายสาระธรรมอิสลาม
มูลนิธิศุภนิมิตไทย
พระคริสตธรรมไทย

 10 อันดับเว็บข้อมูล อ้างอิง        

 www.google.co.th สุดยอดเว็บในการหาข้อมูล
 
www.glo.or.th สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
 
www.siamguru.com บริการค้นหาข้อมูลต่างๆ
 
www.truehits.net เว็บแสดงสถิติการเยี่ยมชม
 
lexitron.nectec.or.th ดิกชันนารีออนไลน์
 
www.yellowpages.co.th สมุดหน้าเหลืองออนไลน์
 
www.police.go.th สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
phonebook.tot.or.th ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
 
www.trainingthai.com ข่าว,ข้อมูลการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
 
www.khonthai.com แหล่งข้อมูลด้านทะเบียนราษฎร์ต่างๆ



ดาวสองชั้น อ.หมอเถา (วัลย์)

 

 

 บุษบามีคู่  ยามอัฏฐกาล  กฎแห่งกรรม
 ตั้งชื่อเด็ก  ยามกาลชะตา  ดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ
 ห้ามฤกษ์  จับโจร  บุพพกรรมแห่งดาว
 เรียนโหราศาสตร์  ทักษาประสมเรือน  พินทุบาทว์
 ลัคเน  อ่านดาว  ดวงพระ
 ตนุเศษ  นามนี้ ดีไฉน  จุดคราสในดวงชะตา
 ทักษาสมเด็จ  พระเคราะห์ถ่ายเรือน  ดาวบุพพกรรม
 ดาวลอย  ดาวแฝงแสง  ฤกษ์งาม ยามดี
 ดาวสองชั้น  เกณฑ์ชัณษา  ทนายโหราศาสตร์
 ดวงชาวเกาะ  บุตรสุดที่รัก  
 

เป็นเวลาโรงเรียนหยุดเทอม

ครูสมศักดิ์ว่างจากการสอนนักเรียน จึงเปลี่ยนจากหน้าที่ครูกลับเป็นนักเรียน พอกินข้าวเช้าเสร็จก็ชวนศิษย์ร่วมชั้นคือครูก้นและหมอเถาไปโรงเรียนวัดหลวง ตาชื้นด้วยกันเป็นประจำมิได้ขาด เมื่อครูกับศิษย์พบกันพร้อมหน้าบนกุฎิก็กลายเป็นเรื่องสังเสวนากันเสียเป็นส่วนใหญ่ ครูก้อนซึ่งหมู่นี้สามวันดีสี่วันไข้มาตลอดเดือนก็ไม่ยอมขาดนัดหอบสังขารมานอนคุยก็ยังดี วันนี้ก็เช่นกันพอถึงระเบียงกุฎิก็เหยียดกายแผ่หราแต่ปากยังคุยจ้อ หมอเถาเข้าไปใกล้มองหน้าถาม 

“ปีนี้อายุเท่าไรแล้วครูก้อน”

ครูก้อนยักคิ้วตอบเล่นลิ้น 

“ ๒๑ สามหน”

“ก็ยังไม่แก่เฒ่าอะไร” 

หมอเถามองพินิจพิจารณา 

“หัวหูหงอกร่างกายทรุดโทรมเกินอายุมาก”

ครูก้อนก็เลยปลงอนิจจังสังขารตนไปด้วย 

“นั่นซีปีนี้รู้สึกมันทรุดเอามาก ต้องไปหาหมอทุกเดือนไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้กลุ้มใจจริงๆ”

“นี่แหละ ฤทธิ์ยาฝรั่งล่ะ” 

หมอเถาเอ่ยลอยๆ ครูสมศักดิ์คอยฟังหมอเถาพูดต่อ แต่กลับนิ่งเฉยเสียจึงสนใจซัก 

“ยาฝรั่งเป็นอย่างไรหรือหมอเถาพูดทิ้งเป็นปริศนายังไง”

“ก็เพราะยาฝรั่งน่ะซี พอแก่ตัวลงเห็นผลทุกราย” 

หมอเถาพูดต่อไว้ครึ่งๆ กลางๆ อีก

“พูดให้มันจบเถอะว๊ะ มันยังไงกัน”

หมอเถาก็ต้องอธิบายตามภูมิรู้ของตนโดยละเอียด

“ยาฝรั่งนั้นมีคุณอนันต์จริงพอกินปุบฉีดปับมันหายโรคทันใจเพราะยามันแรง เพราะเขากลั่นเอาแต่สาร หรือสกัดเอาแต่หัวๆของตัวยามา ดูแต่เขาสั่งให้กินทีละเม็ด ถ้าลงขืนกินทีละ ๓-๔ เม็ด มันกลายเป็นยาพิษตายจริงๆ เทียวแหละ ก็คนเราลงกินยานานชั่วนาตาปีตั้งแต่หนุ่มจนแก่พอปลายมือมันจะไม่แย่ได้ยังไง ขอรับหลวงตา อ้ายยาพิษมันสะสมอยู่ในร่างกายทีละเล็กละน้อย นานๆ เข้าก็ออกฤทธิ์ทำลายอวัยวะ ตับไตไส้พุงหมด คนเราทุกวันนี้เดี๋ยวตับพิการไตพิการ หัวใจพิการ อะไรต่อมิอะไรมันพิการ หยุดทำงานหมดก็เพราะพิษยาฝรั่งนี่แหละ”

หลวงตาชื้นหัวเราะชอบใจออกปากชม 

“บ๊ะ...วันนี้หมอเถาพูดมีคติชวนคิดว่ะ จะเท็จจริงยังไงแต่มีเหตุผลน่าฟัง”

ครูสมศักดิ์หยอกว่า 

“หมอเถาเป็นหมอยาไทย ไม่ชอบยาฝรั่งก็เลยหาเหตุผลพูดให้ยาฝรั่งเขาเสียหายก็ได้นา”

“ฟังน๊ะ...ครู” 

หมอเถาสีหน้าขึงขึงจริงจัง 

“ฉันน่ะคิดทบทวนตามสังเกตเรื่องนี้มานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว ดูแต่ก่อนแต่ไรสมัยโบราณเขาไม่ค่อยมีโรคร้ายพิสดารมากนัก จะว่าโง่จนไม่รู้จักโรคก็ไม่จริงหรอก ดูซีพอยาฝรั่งเจริญแพร่หลาย รักษาง่ายหายง่าย แต่ผู้คนมันก็ป่วยง่าย ตายง่ายขึ้นพอๆกันนั่นแหละ จะว่าใส่ร้ายเขาก็ดูเอาซี ยาฝรั่งออกมาขายนัยว่าทดลองกันมาดีแล้วว่าไม่เป็นพิษเป็นภัยพอออกขายแพร่ หลายไม่ทันไร เอ้า...เกิดมาค้นพบว่ามีอันตราย สั่งเก็บทำลายกันหมดเป็นยังงี้บ่อยๆ ถ้ามันไม่ใช่ยาพิษแล้วจะเป็นอะไร”

ครูก้อนนอนนับนิ้วทั้งสิบแล้วก็อุทาน 

“วันนี้ข้างขึ้น ๑๓ ค่ำแล้ว หมอเถาเขาฉลาดหลักแหลมตอนข้างขึ้นทุกทีใครอย่างเถียงหมอเถาเลย สู้ไม่ได้หรอกต้องรอไปขัดคอข้างแรมดีกว่า”

ทั้งครูสมศักดิ์และหลวงตาชื้นหัวร่อชอบอกชอบใจเหตุผลของครูก้อนและยังติดใจไอเดียของหมอเถาอยู่

“เครื่องยาถ้ามีอันตรายแก่ชีวิต มันก็ต้องเป็นทั้งยาไทยยาฝรั่งเหมือนๆ กันแหละน่าหมอเถา”

หมอเถาหัวเราะมั่ง แต่น้ำเสียงแยะๆและชี้หน้าครูสมศักดิ์ 

“นี่แหละ เขาเรียกว่าคนไม่รู้จักหลักแพทย์ ถึงได้คิดว่ามันเหมือนกัน อันว่ายาฝรั่งนั้น หลักการรักษาของเขาใช้วิธีประหัศประหารเชื้อโรคให้ตายด้วยฤทธิ์ของยา เพราะฉะนั้นพอยามันแรงเกินไปจึงฆ่าทั้งชีวิตคนไข้เสียด้วย ฉะนั้นยาฝรั่งจึงเป็นยาพิษ ส่วนหลักของยาไทยแบบโบราณของเรานั้นเป็นทางสุขุม ใช้ฤทธิ์ยาเข้าไปบำรุงอวัยวะที่เจ็บป่วยให้แข็งแรงเพื่อสร้างภูมิต่อต้าน ขึ้นสู้กับโรคที่เป้นอยู่ให้หายไป เพราะฉะนั้นการรักษามันจึงช้าไม่ทันใจคนสมัยใหม่เขาและยาไทยส่วนมากเป็นสมุนไพรมีแต่คุณไม่มีโทษ มันคนละแบบอย่างกับยาฝรั่งเหมือนขาวกับดำทีเดียว”

ครูก้อนชักเลื่อมใสเห็นจริงลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิพูดด้วยใจจริง 

“หมอเถามียาบำรุงดีๆขอเพื่อนฝูงกินสักขนาดเถอะจะได้มีชีวิตอยู่เป็นเพื่อนกันไปอีกหลายๆ ปี”

หมอเถามองหน้านิ่งเฉย สงวนทาทีเพราะไม่แน่ใจว่าครูก้อนพูดจริงหรือพูดเล่น กระทั่งครูสมศักดิ์ซึ่งชักจะเห็นด้วยต้องช่วยพูดสนับสนุนอีก

“หมอเถาสงเคราะห์ครูก้อนหน่อยเถอะ อย่าใจไม้ใส่ระกำกับเพื่อนฝูงเลย”

“ธรรมเนียมหมอจะจ่ายยาเขาก็ต้องตรวจโรคก่อน”

หมอเถาว่าแล้วกระเถิบเข้าไปใกล้ๆประคองหน้าครูก้อนไว้ เอานิ้วมือกดหัวตาปุ๋มเข้าไป ครูก้อนนึกขึ้นมาได้ รีบยกมือปัดออกทันใด 

“เฮ้ย...ไม่เอา ไม่ต้องมาตรวจมรณะญาณตามตำราที่เคยบอกหรอกยังไม่ตายแน่ว่ะหมอเถา”

หมอเถาหัวเราะชอบใจที่ครูก้อนรู้ทัน 

“ครูก้อนน่ะต้องกินยาอายุวัฒนะบำรุงสุขภาพทั่วๆไปเพราะไม่ได้ป่วยไข้ เพียงแต่สุขภาพเสื่อมโทรมไปหมด”

ครูก้อนรีบออกตัว 

“ยาอายุวัฒนะตำรับ “ตับแร้ง” อย่างครั้งที่แล้วน่ะไม่เอาอีกแล้วนะ”

“ไม่หรอก....” 

หมอเถาส่ายหน้า 

“ตำรับนี้เป็นยาโบราณขนานแท้เป็นตำราขุดได้จากลายแทง และตกทอดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

หลวงตาชื้นชักสนใจแต่กลับเห็นหมอเถาเล่นตัวนิ่งไม่พูดต่อครั้นจะซักเองก็กระดากมองตาครู ก้อนพยักหน้าให้ถาม ครูก้อนรู้นิสัยหมอเถาชอบยอจึงยกมือไหว้ 

“พ่อคุณ พ่อหมอ ผู้มีเมตตาจิตโปรดบอกเอาบุญเถอะ”

หมอเถายิ้มหน้าบานถูกอารมณ์จึงท่องตำรับเดิมให้ฟังชัดถ้อยชัดคำ ตำรายานี้ได้มาแต่เมืองพิษณุโลก ตามลายแทงว่า ตีราคาเท่าทองตุ่มหนึ่ง บอกไว้ให้ทานสมณะชีพราหมณ์และบุรุษสตรีทั้งปวง ถ้าผู้ใดพบตำรานี้ให้บอกกันทั่วๆไปได้อาสิสงส์มากนักแล ถ้าจะทำยานี้ ท่านให้เอารากชะพลู รากมะแว้งต้น รากมะเขือขื่น บอระเพ็ด หนักสิ่งละ ๒ ตำลึง รากเจตมูลเพลิง ๑ ตำลึง ยาทั้งนี้ตำเป็นผงประสมน้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อยแดงก็ได้ ใส่หม้อใหม่ผนึกไว้ให้ดี เอาทองแดงมาผูกคอหม้อหนักหนึ่งบาทฝังข้าวเปลือกไว้ ๕ วัน รับประทานวันละหนึ่งช้อนหอย แก้โรคทั้งปวง ผมหงอกก็กลับดำ อายุยืนตั้ง ๑๐๐ ปี มีกำลัง ๗ ช้างสาร สำเนียงใส รูปงาม หาโรคมิได้เลย ถ้ารับประทานยานี้ได้ ๖ เดือน สารพัดสัตว์ที่มีพิษขบกัดไม่เข้าเลย ถ้าเอามูตรขังไว้ แล้วเอาทองแดงแผ่ให้บางแช่ลงในมูตร ๓ เดือน เป็นทองธรรมชาติไม่มีขี้เลย ถ้าไม่จริงดังกล่าวขอให้ตัวข้าพเจ้าผู้ไว้ตำรายานี้ตกจตุราบายเทอญฯ

ทั้งครูก้อน และครูสมศักดิ์จัดแจงหากระดาษจดตัวยาไว้กันลืม แต่พอเงยหน้าจากกระดาษก็ต้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทั้งแปลกใจและพิศวงสงกา เพราะทุกคนได้ยินเสียงสตรีลากเสียงเย็นๆดังแว่วอยู่หน้าประตูกุฏิ

หลวงตา ขา...

ทุกสายตาของศิษย์และอาจารย์รวมจ้องอยุ่ที่บานประตูคอยดูแต่ก็ไม่มีใครเปิด เข้ามาคงมีแต่เสียงเรียกซ้ำอีก ซึ่งดังกว่าเก่าและลากเสียงเยือกเย็นกว่าเก่า

หลวงตา ขา...

หมอเถาซึ่งเป็นคนกล้าสารพัด นอกจากเรื่องผี สะกิดครูก้อน 

“เสียงยังกะแม่นาคพระโขนง ครูก้อนลองไปเปิดประตูดูทีรึ”

ครูก้อนสั่นหน้าโดยไม่ลังเล และสะกิดต่อครูสมศักดิ์ฉันกำลังป่วย ครูสมศักดิ์ค่อยแข็งแรงหน่อยไปเปิดดีกว่า”

ครูสมศักดิ์ถึงจะไม่ค่อยกลัวแต่ก็อดระแวงไม่ได้กลับหันไปสะกิดหมอเถาวนไปอีก

“ผมไม่ได้เรียนคาถากันผีไว้หมอเถาเจ้าตำราแยะแหละเหมาะกว่า”

หลวงตาชื้นทนรำคาญไม่ได้ 

“เออ...ว่ะมัวเกี่ยงกันอยู่นั่นแหละเลยไม่รู้กันว่ามันเป็นใครเรียก กลางวันแสกๆผีหรือคนไปเปิดดูทีรึหมอเถานั่นแหละ”

หมอเถาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ จะคัดค้านก็ไม่กล้า ก้าวลงจากระเบียงละล้าละลังแข้งขามันอ่อนๆยืนไม่ใคร่ติดพื้น กัดฟันกลั้นใจเดินตรงไปที่ประตู พอเอื้อมมือจะจับบานประตู เกิดหวาดจนขนลุกซู่ทั้งตัว เลยชักมือหดกลับมาพนมมือไหว้ ใจระลึกถึงพระพุทธในโบสถ์สวดอิติปิโสถอยหลังพึมพำกันตัวไว้ก่อน แล้วจึงแข็งใจเปิดบานประตูออกไป เจ้าของเสียงหวานเย็นเป็นเด็กหญิงรุ่นสาว หน้าตาสะสวยจูงมือน้องชายยืนจ้องหน้านัยน์ตาแป๋วอยู่หน้าประตูหมอเถาอารามกลัวเลยพาลโมโหเด็ก 

“ปัดโธ่...ยืนร้องเป็นลูกแหง่หานมแม่ไปได้มีธุระปะปังอะไรเปิดเข้ามาก็สิ้นเรื่อง”

“หนูกลัวเสียมารยาทค่ะจึงต้องเรียกเจ้าของบ้านให้อนุญาตเสียก่อนค่ะ”

“จ้ะ...จ้ะ มารยาทดี” 

หมอเถากระแทกเสียงประชด 

“เชิญซิจ้ะ โน่นหลวงตาท่านอยู่โน่น”

เด็กสาวจูงมือน้องชายเข้าไปหาหลวงตากราบเคารพนบนอบ กิริยาเรียบร้อย และไม่ทันหลวงตาจะเอ่ยถาม เธอก็แจ้งธุระที่มหา

“หนูชื่อจิตรา เป็นลูกข้าราชการที่เพิ่งย้ายมาอยู่จังหวัดนี้เจ้าค่ะ หนูเรียนหนังสืออยู่กรุงเทพฯปิดเทอมกลับมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ ได้ทราบว่าหลวงตาดูดวงชะตาแม่นยำนักจึงมาขอกราบเท้าให้ดูชีวิตอนาคตของหนูบ้าง”

หลวงตาพยักหน้าร้องอือ 

“แม่หนูมีเรื่องเดือดร้อนโดยเฉพาะเจาะจงอะไรหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่มีเจ้าค่ะ...” 

เธอตอบและยิ้มน่ารัก 

“หนูอยากรุ้ชะตาอนาคตของหนูเองเจ้าค่ะ”

หมอเถากลับมานั่งแล้ว หลวงตาก็พยักหน้าเรียกเข้าไปใกล้ๆ

“เอ้าทั้งสามคนนี้แหละ ช่วยดูดวงให้แม่หนูเสียงหวานเธอทีเถอะ”

หมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์ ดีใจที่จะได้ทดสอบความรู้ จัดแจงช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยิบกระดานโหร ถามวันเดือนปีและเวลาเกิด ผูกดวงลงกระดานเสร็จ หลวงตาชื้นนั่งคอยกำกับอยู่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในท่าทางของลูกศิษย์ที่ขมีขมันจะออกโรง ครูสมศักดิ์คล่องแคล่วกว่าสองคนตรวจสอบดวงชะตา จับตนุลัคน์คือตัวราหูมาเป็นมหาอุจจ์ร่วมเสาร์คู่มิตรในภพศุภะจึงรับแย่งทายเสียก่อน

“วาสนาแม่หนูในวันข้างหน้าจะได้เป็นใหญ่ มีชีวิตสุขสบายแวดล้อมด้วยเพื่อนฝูงมิตรสหายมาก”

ครูก้อนกลัวจะเสียแต้มทั้งๆ ที่ตรวจดวงไม่ทันจะแจ้งก็รีบจับเรื่องพยากรณ์มั่ง



“ฐานะการเงินของแม่หนูคือดาวพฤหัสเป็นมหาอุจจ์ ฐานะการเงินจะร่ำรวยมาก แต่เอ๊ะ...ติดภพอริ อ้าวจันทร์เจ้าเรือนอริก็ไปครองภพมรณะเสียอีก” 

ครูก้อนหยุดชะงักลงเพียงนั้นเอง ข้างหมอเถาไม่ยอมน้อยหน้า กลัวเพื่อนคว้าเอาไปพยากรณ์หมดรีบตะครุบดาวออกคำพยากรณ์ไปเลย

“เรื่องคู่ครองของแม่หนู คืออาทิตย์เจ้าเรือนปัตนิ เขาเป็นคนร่างเล็กเกร็ง ผิวคล้ำถือตัวและมีเกียรติ อาทิตย์มาครองภพกดุมภะ อ้า...อ้า...แม่หนูจะได้เสามีเป็นสมบัติ”

หลวงตาชื้นยกมือโบกเฉียดหน้าลูกศิษย์ทั้งสามคนเด็ดตะโร

“บ๊ะมันแย่งกันทาย ยังกับแร้งลงกินศพไม่ตรวจดูดาวดูภพให้มันเรียบร้อยเสียก่อน จึงค่อยพยากรณ์ ผิดวิสัยนักโหราศาสตร์ที่ดี ครูสมศักดิ์น่ะพอฟังได้ แต่เจ้าประคุณหมอเถากะครูก้อนนี้มันไม่เข้าแก๊บเลย พอปล่อยฟรีมันก็วิ่งแข่งกันเต็มสตีมทีเดียวทั้งสามคน มันต้องสามัคคีปรึกษาหารือกันให้ดีแล้วจึงพยากรณ์เขา” 

ครูก้อนครูสมศักดิ์และหมอเถาถูเอ็ดหน้าสลดนึกอายเด็กก็พอดีเด็กตั้งปัญหาถามอีก

“การเล่าเรียนศึกษาของหนูจะเป็นอย่างไรค๊ะ จะได้ศึกษาตลอดไปถึงขั้นมหาวิทยาลัยหรือว่าเพียงแค่ ม.ศ. ๕ หรือว่าขั้นนี้จะเรียนไม่จบค๊ะ”

หมอเถา ครูก้อน ครูสมศักดิ์ รวมหัวเข้าไปจนชิดกัน จ้องดูกระดานปรึกษาหารือตามคำอาจารย์สั่ง ครูก้อนออกความเห็นเบาๆ ได้ยินกันเฉพาะ 

“การศึกษาขั้นสูงของเธอก็ต้องจับเรือนที่ ๙ ภพศุภะ เจ้าเรือนคือศุกร์ไปอยู่ภพสหัชชะเป็นประหมดกำลังเสียแล้ว น่าจะไม่ถึงขึ้นมหาวิทยาลัยกระมัง”

ทั้งสองคนพลอยพยักหน้าเห็นด้วยครูสมศักดิ์ออกความเห็นบ้างว่า 

“การศึกษาในขั้นต้นๆก็ต้องจับเอาภพที่ ๕ คือภพปุตตะ เจ้าเรือนคือพุธไปเป็นประอยู่ในภพกดุมภะเช่นกันอีกนั่นแหละ มันจะหมดกำลังเรียนไม่สำเร็จในตอนต้นนี้เสียอีกกระมังหนอ”

หมอเถาออกความเห็นมั่ง 

“อันความรู้วิทยา คือ พฤหัสแม้จะเป็นมหาอุจจ์มีพลังอันกล้าแข็ง แต่ก็ตกอริเสียแล้ว อันว่าอริคือศัตรูหรืออุปสรรคน่าจะไม่สมหวังเสียเป็นแน่”

ต่างคนต่างวิจารณ์ดวงดาวแล้วก็นิ่งมองหน้ากันเอง ยังไม่กล้าออกคำพยากรณ์ เมื่อมองหน้ากันเองไม่ได้เรื่อง ก็หันไปมองหน้าอาจารย์หาที่พึ่ง หลวงตาชื้นรู้ท่าอยู่แล้ว ทั้งได้ยินตลอดเรื่องปรึกษากันท่านจึงอบรมด้วยการอ่านดาวทีละขั้นช้าๆ

“การอ่านดาวพุธเจ้าเรือนปุตตะเป็นการศึกษานั้นก็ถูกอยู่ แต่ยังไม่ถี่ถ้วนกระบวนความอันว่าพุธเจ้าเรือนปุตตะนี้เป็นพระเคราะห์ ๒ เรือน เป็นเจ้าเรือนมรณะด้วยก็ต้องอ่านความหมายให้หมด พุธตัวนี้เป็นการศึกษาแน่แต่เป็นการศึกษาในวัยเด็ก และยิ่งพุธมาร่วมกับอาทิตย์ก็ยิ่งย้ำให้แน่นขึ้นอีกว่าเป็นการศึกษาในวัยแรกเริ่ม เพราะพุธมีความหมายถึงการศึกษาเล่าเรียนในวัยเด็ก และเมื่อพุธเป็นประเสื่อมกำลังก็ย่อมหมายถึงได้เล่าเรียนไม่เต็มที่ขาดตก บกพร่อง ความเป็นเจ้าเรือนมรณะของพุธที่มาครองเรือนกดุมภะ ย่อมอ่านได้ว่าขาดการเงินสนับสนุนเป็นทุนรอน และอีกประการหนึ่ง คือ อาทิตย์เป็นเจ้าเรือนปัตนิในวัยเด็กย่อมหมายถึงครอบครัว เมื่ออาทิตย์ร่วมพุธเจ้าเรือนมรณะก็หมายถึงครอบครัวต้องโยกย้ายถิ่นฐานอยู่ บ่อยๆทำให้การเล่าเรียนเสียหาย และเมื่อมาดูเรือนศุภะอย่างครูก้อนว่า ภพศุภะถ้าเป็นบุคคลหมายถึงที่พึ่งหรือบิดามารดา ถ้าเป็นสถานที่ก็หมายถึงบ้านที่อยู่อาศัยเมื่อศุกร์เจ้าเรือนศุภะไปเป็นประ ในภพสหัชชะซึ่งเป็นภพที่มีความหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย เดินทาง ก็ทายผสมเข้ากับเรื่องเดิม คือ บิดามารดายากจนและโยกย้ายถิ่นฐานบ่อยทำให้การเรียนในวัยเด็ก เอาดีไม่ใคร่ได้”

เด็กสาวรุ่นแม้ฟังเรื่องดาวไม่รู้ แต่ก็ฟังเรื่องราวการพยากรณ์ของหลวงตาเข้าใจตลอดจึงรับคำว่า

“จริงเจ้าค่ะคุณพ่อของหนูรับราชการฝ่ายปกครองต้องโยกย้ายจังหวัดและอำเภออยู่บย่อยๆ บางทีปีละหน ตั้งแต่หนูเด็กๆ ตลอดมาย้ายทีก็ต้องออกทีต้องเรียนซ้ำชั้นได้สอบบ้างไม่ได้สอบบ้าง เมื่อปีที่แล้วคุณลุงท่านอยู่กรุงเทพฯสงสารจึงรับอุปการะให้ไปเรียนอยู่กรุงเทพฯ ลำพังคุณพ่อไม่มีทุนส่งแน่เจ้าค่ะ”

หลวงตาพยักหน้ารับรู้เมื่อหันไปทางศิษย์ทั้งสามที่กำลังพนมมือแต้ท่านรู้เชิงรีบจับมือห้าม

“ไม่ต้องกราบกันบ่อยๆนักหรอกว่ะ ลำบากเปล่าๆ ที่อ่านละเอียดถี่ถ้วนก็เพื่อจะได้ให้จดจำเอาไปไว้ใช้ อ่านดาวมันต้องอ่านให้ทั่วทุกดวง อย่าไปจับแต่ดาวดวงเดียวทายเขา”

แม่หนูจิตราก็ถามเรื่องเดิมอีก 

“หลวงตาเจ้าค๊ะ หนูจะได้เรียนต่อถึงมหาวิทยาลัยไม๊เจ้าค๊ะ”

หลวงตาชื้นรับประเคนน้ำชาจากหมอเถามาจิบและตาก็จ้องจับดูดวงบนกระดานอยู่อึดใจหนึ่งจึงตอบ

“แม่หนูจะได้เล่าเรียนชั้นสูงถึงมหาวิทยาลัย แต่จะต้องดิ้นรนต่อสู้กับอุปสรรคและความลำบาก จงมีมานะและอดทนจะสมความปรารถนา”

ครูสมศักดิ์มองหน้าครูก้อน ครูก้อนมองหน้าหมอเถา หมอเถาหันไปมองหน้าหลวงตาชื้น หลวงตาชื้นพอสบนัยน์ตาก็อ่านความคิดของศิษย์ที่กำลังทำท่าจะพนมมืออีก

“เออ...ไม่ต้องไหว้ อยากจะรู้ว่าเอาอะไรทายเขาใช่ไม๊ล่ะ”

ทั้งสามศิษย์พนมมือรับพร้อมกันว่า 

“ใช่ขอรับ”

หลวงตาก็ชี้ครูสมศักดิ์ก่อน 

“ครูน่ะคงสงสัยละซีว่าศุกร์เจ้าเรือนศุภะเป็นประแล้วจะเรียนสูงๆ ได้ยังไงใช่ไหม”

ครูสมศักดิ์ประหยะดถ้อยคำระวังตนรับแต่คำว่า 

“ขอรับ”

“อันเรือนที่ ๙ ภพศุภะนี้ มันไม่เชิงจะหมายตรงตัวถึงการศึกษาขั้นสูงทีเดียวนัก มันเป็นความหมายกว้างๆหมายถึงความดีงามตามครรลองชีวิต ฉะนั้นครรลองชีวิตที่ดีงามของเด็กคือการศึกษา และจะเป็นที่พึ่งของชีวิตไปในเบื้องหน้า แต่มันยังมีเรือนอื่นที่พอจะทายถึงการศึกษาเขาได้อีก คือภพที่ ๑๐ อันเป็นภพกัมมะนั้นแหละ”

ครูสมศักดิ์พลั้งปากค้านออกไปจนได้ 

“มันเป็นเรือนที่หมายถึงกิจการงานมิใช่หรือขอรับ”

“ก็ใช่น่ะซี ครูทื่อ” 

หลวงตาตอบทันสวนควัน 

“ภพกัมมะหมายถึง การงาน หน้าที่ ภาระ ก็เมื่อหน้าที่ภาระ การงานของเด็กนั้น ถ้าไม่ใช่การเล่าเรียนศึกษาแล้วจะมีอะไร เป็นครูไม่น่ามีปัญญาทื่อๆเลย ดูเจ้าเรือนกัมมะ คือ อังคารตกภพลาภะแห่งความสำเร็จ ถึงแม้พฤหัสเจ้าเรือนติดอริก็เพียงแต่ต้องมานะบากบั่นลำบากเอาหน่อย เพราะอรินั้นมิได้ปฏิเสธผล ทั้งราหูตนุลัคน์ก็มาเป็นอุจจ์อยู่ในเรือนอังคารภพกัมมะด้วย”

ครูสมศักดิ์ได้ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ ดีใจนักรีบพนมมือก้มลง กราบหลวงตาชื้น ครูก้อนก็หันไปกราบบ้างแต่เมื่อนั่งเบียดกันไม่มีที่ว่าง ครูก้อนก็เลยต้องอาศัยหลังครูสมศักดิ์ที่ยังก้มอยู่เป็นท่านกราบลงไปหมอเถา กราบเป็นคนที่ ๓ ก็กราบลงบนหลังครูก้อนอีกต่อหนึ่งเป็นงูกินหาง ข้างฝ่ายแม่หนูสาวน้อยเป็นเด็กหัวอ่อน เห็นผู้ใหญ่เขากราบกันชุลมุนก็เลยพลอยชวนน้งชายกราบหลวงตาไปกะเขาด้วย หลวงตาส่ายหน้ารำคาญ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะห้ามไม่ทัน

“เอ้าเงยขึ้นมา ยังไม่หมดเรื่อง เมื่อกี้ครูก้อนดูฐานะการเงินของเขาว่าอย่างไรน๊ะ”

ครูก้อนชักอ้อมแอ้มกลัวผิด 

“พฤหัสเจ้าเรือนกดุมภะไปเป็นมหาอุจจ์ อยู่ภพอริและจันทร์เจ้าเรือนอริไปครงองอยู่ภถมรณะย่อมหมายถึงฐานะการเงินของ เขาเป็นทั้งอริและมรณะ ทั้งเดือดร้อนลำบากและเสียหายคงจะตั้งมั่นได้ยากขอรับ”

หลวงตาชื้นหัวเราะถูกใจ 

“ครูก้อนจำหลักที่สอนไว้ให้แม่นยำดีเป็นคนฉลาดแต่ขาดความเฉลียว ขอโทษน๊ะครูก้อนอย่าหาว่าเปรียบเทียบต่ำๆดคือ ฉลาดอย่างหมาฝรั่ง คือ เคยฝึกสอนไว้อย่างไรก็จะปฏิบัติเช่นนั้นตรงเป๋งไม่ขาดไม่เกิน ถ้าฉลาดอย่างหมาไทยนั้นมันจะใช้ความฉลาดจากความเข้าใจและใช้ความคิดตัดสินใจทำ”

ครูก้อนมิได้ถือสาคำครูบาอาจารย์เพราะเป็นความจริงทั้งๆ ที่สงสัยเรื่องดาวก็ได้แต่นิ่งฟังคำอธิบายของหลวงตาชื้น

“เมื่อพฤหัสเจ้าเรือนกดุมภะมาอยู่อริ และจันทร์เจ้าเรือนอริไปตกมรณะ ก็แล้วทำไมไม่ดูต่อีกสักนิดว่าพุธเจ้าเรือนมรณะนั้นไปอยู่เรือนพฤหัสภพกดุม ภะ เป็นการสลับเรือนเกษตรเป็นสามเส้าสามราศีเวียนกันไป ถือว่าเป็นเกษตรอันใหญ่ยิ่งเช่นเดียวกับเกษตรเหมือนกัน ฉะนั้นผลก็คือฐานะการเงินของเธอจะมั่งคงเป็นปึกแผ่นได้ แต่ผลแห่งอริและมรณะก็ย่อมเกิดเช่นกันคือ จะเดือดร้อนและเสียหายล้มลุกคลุกคลานเสียก่อน แล้วจะตั้งตัวเป็นหลักฐานได้ในภายหลัง”

ทั้งครูก้อนและหมอเถาต่างคิด ตรงกันว่าถึงแม้ตนจะคิดฉลาดอย่างไร หลวงตาชื้นจะต้องคิดต่อยอดข้ามหัวไปทุกที ครูสมศักดิ์นิ่งคิดถึงความทรงจำเก่าๆเมื่อนึกออกก็แสดงความคิดเห็นโพล่งออกไป 

“ผมจำได้แล้วดาวสลับเรือนสามเส้านี้ โหรแขกเขาเรียก มหาปริวรรตโยค เป็นโยคที่ให้คุณแรงของเราคงมาจากทางแขกเขา”

หลวงตาขมวดคิ้วทันที

“อาตมาไม่เคยเป็นศิษย์แขกเลยไม่รู้”

หมอเถาไม่ชอบใจฟังเรื่องเทศดีกว่าไทยอยู่แล้ว ฟังหางเสียงอาจารย์ไม่สบอารมณ์ก็เลยพลอยพูดขึ้นมาบ้าง

“เรื่องของไทยคนไทยมักอาภัพเสมอจะมีอะไรของตัวเองไม่ใคร่ได้ มักต้องเอามาจากชาติอื่นเสมอ พวกนักปราชญ์ไทยๆ เราท่านก็ชอบอวดฉลาดด้วยวิธีพิสูจน์ของไทยว่ามาจากชาติอื่น แม้แต่สัญชาติไทยเองก็เคยมีนักปราชญ์พูดเป็นตุเป็นตะว่ามาจากจีน ถอยมาทางนั้นทางนี้ หลอกให้เด็กนักเรียนเรียนกันเสียหลายปี เพิ่งจะไม่กี่ปีมานี้ที่มีหลักฐานว่าไทยก็คือไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยผืน นี้มาตลอดหลายพันปี แม้ภาษาพูดก็พยายามผันสระผันอักษรให้น่าเชื่อว่ามาจากลาวบ้างเขมรบ้าง อ้างกันจนคนไทยไม่มีสมบัติอะไรติดตัวเลยมีแต่ตัวเปล่าๆ”

ครูสมศักดิ์พลั้งปากออกไปถูกใจดำหมอเถาเข้าก็เสียใจเอ่ยปากขอโทษ 

“ไม่ตั้งใจจะดูหมิ่นไทยชาติของเราหรอก นึกได้ก็พูดออกไปไม่ทันคิดขออภัยเถิดอย่าเคืองเลย”

หมอเถาพยักหน้าเสียงอ่อนลงแต่ความในใจยังไม่หมด 

“แม้แต่ลมหนาวในฤดูหนาวก็ยังไม่มีปัญญามีเป็นของตนเองต้องไปเอามาจาก ไซบีเรียของรัสเซียโน่นทุกปี”

หลวงตาอดขำมิได้ 

“เฮ่ย...มัมากไปว่ะหมอเถา”

แม่หนูจิตรายังไม่หมดเรื่องถาม และเป็นเรื่องสำคัญ ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนซักถามอายๆ 

“เมื่อกี้คุณลุงหมอเถาดูเรื่องคู่ของหนูยังไม่ละเอียดหนูอยากรู้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือไม่ และหนูจะแต่งงานอายูเท่าไรเจ้าค๊ะ”

หลวงตาจุดบุหรี่นิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ยินคำถามสักครู่ก็หันไปทางหมอเถา

“เมื่อกี้ทายเรื่องคู่ว่าอย่างไรน๊ะ”

หมอเถาชักใจคอไม่ดี เพราะครูก้อนถูกไล่เบี้ยมาเมื่อครู่แต่ก็จำใจตอบ 

“อาทิตย์เจ้าเรือนปัตนิของเธอมาอยู่ภพกดุมภะ แม่หนูจะมีสามีเป็นสมบัติคะรับ”

หลวงตาหันไปทางศิษย์ทั้งสามคนพูดช้าๆ หนักแน่นเพื่อให้จดจำไว้โดยมั่นคง 

“จำเอาไว้การดูฐานะการเงินในดวงสตรีนั้น ต้องระมัดระวังอย่างเช่นดวงนี้เธอมีสามีเป็นทรัพย์ ก็ย่อมบอกตรงๆอยู่ว่าฐานะการเงินของเธอขึ้นอยู่กับสามี ฉะนั้นดีชั่วอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับฐานะของสามีเธอ แม้การดูดวงสตรีทั่วๆไป ถ้าจะดูฐานะและเกียรติ ควรได้ดูดวงสามีของเขาด้วยถ้าเป็นไปได้ เพราะผู้หญิงไทยเราผู้สร้างฐานะของครอบครัวเป็นช้าเท้าหน้า คือ สามีเป็นส่วนใหญ่ดวงสตรีจึงถือเป็นดวงสองชั้น”

ทั้งสามคนยกมือไหว้กันท่วมหัว แต่ครูสมศักดิ์รู้ค่ามากกว่าคนอื่นเต็มไปด้วยความปลื้มปิติยกมือไหว้แล้ว ไหว้อีกจนไม่นับหน หลวงตาหันไปทางแม่หนู พูดเบาๆ เต็มไปด้วยความเตตา 

“เป็นกฎเกณฑ์ของอาตมาถ้าเด็กหญิงอายุไม่ครบ ๑๘ ไม่ดูเรื่องคู่ให้ หนูเพิ่งจะอายุย่าง ๑๗ ของดไว้ก่อน กฎเกณฑ์นี้มีเหตุผลนางดีงามและเป็นความรับผิดชอบของหมอดู เพราะการดูเรื่องคู่ครองให้เด็กอายไม่ถึง ๑๘ นั้นยังเป็นวัยเล่าเรียน และกำลังจะตื่นตัวเรียนรู้ชีวิต แต่ยังไม่อาจรับผิดชอบชีวิตได้ ถ้าดูว่าดีหรือร้ายจะเกิดอุปาทานให้ยึดมั่น ทำให้เกิดความคิดฝันเสียการเล่าเรียน แม่หนูก็คงจะเห็นด้วยน๊ะ”

แม่หนูเป็นเด็กดีมีมารยาทโดยเฉพาะกับพระภิกษุชรา เธอยิ้มพอใจคำพยากรณ์หลายเรื่องที่หลวงตาบอกมาแล้ว เธอก้มลงกราบขอบพระคุณ และหยิบธนบัตรใบละ ๒๐ บาทออกมา สองมือประเคนนอบน้อมถวายหลวงตาร้องไฮ้ 

“แม่หนูเก็บเงินเสียเป็นเด็กๆอย่าเอาสตางค์พ่อแม่มาดูหมอ หลวงตาไม่รับหรอกเก็บเอาไว้กินขนมเถอะ”

เมื่อถูกกำชับอีกเธอก็เก็บไว้และก้มลงกราบเป็นเคารพสอง และไหว้ลาเรียงตัว ตั้งแต่หมอเถาไปหมดทุกคน เมื่อถอยกลับจากประตูไปแล้วหลวงตาก็ปรารภขึ้นลอยๆ

"ลัคนาอยู่เรือนราหู อีกศุกร์ตัวประเป็นตนุเศษ เรื่องเงินทองใจกว้างสุรุ่ยสุร่าย"




วิถีแห่งปัญญา

เข้าสู่บทนำ ความเป็นจริงของวิชาโหราศาสตร์ article
พระคาถาชินบัญชร article
คาถาประกาศชุมนุมเทวดา article
การบูชาเทวดานพเคราะห์ article
บุตรสุดที่รัก อ.หมอเถา (วัลย์)
ดาวแฝงแสง อ.หมอเถา (วัลย์)
พระเคราะห์ถ่ายเรือน อ.หมอเถา (วัลย์)
ยามอัฏฐกาล อ.หมอเถา (วัลย์)
ดวงชาวเกาะ อ.หมอเถา (วัลย์)
ดาวลอย อ.หมอเถา (วัลย์)
อ่านดาว อ.หมอเถา (วัลย์)
ดวงพระ อ.หมอเถา (วัลย์)
ฤกษ์งามยามดี อ.หมอเถา (วัลย์)
ดาวบุพกรรม อ.หมอเถา (วัลย์)
รถแคมเพอร์แวนของลุงแว่น
แบบฟอร์มดวงฤกษ์พิธีมงคลต่างๆ
เรื่องเล่าพระฤาษี article
พิธีบายศรีสู่ขวัญ article
พระฤาษีกับวิชาไสยศาสตร์ article
Tip การจัดโต๊ะหมู่บูชาพระ article
ดูดวงโหราศาสตร์กับลุงแว่น article
ว่าด้วย....เรื่องของทาน article
ว่าด้วย....เรื่องของศีล article
ดวงจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ article
คติธรรมคำสอน ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) article
พระพุทธรูปบูชาประจำวันเกิด พร้อมคาถาบูชา article
วิธีบูชาพระราหู article
คึกคักเป็นพิเศษไหว้'ราหู'หวังหนีราศีซวย article
ตาทิพย์ การฝึกกสิณ 10 article
กายทิพย์ article
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง 9 องค์ พร้อมคาถาบูชา article
พระพุทธองค์ทรงสอนวิธีสร้างความสุขที่แท้จริงให้แก่ชีวิต article
คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก article
สัมผัสที่ 6 และโทรจิต article
จุดคราสในดวงชะตา อ.หมอเถา (วัลย์) article
ทักษาสมเด็จ อ.หมอเถา (วัลย์) article
ลัคเน อ.หมอเถา (วัลย์) article
พินทุบาทว์ อ.หมอเถา (วัลย์) article
ทักษาประสมเรือน อ.หมอเถา (วัลย์) article
จับโจร อ.หมอเถา (วัลย์) article
ห้ามฤกษ์ อ.หมอเถา (วัลย์) article
ดาวคู่มิตร-คู่ธาตุ อ.หมอเถา (วัลย์) article
ยามกาลชะตา อ.หมอเถา (วัลย์) article
ตั้งชื่อเด็ก อ.หมอเถา (วัลย์) article
เรียนโหราศาสตร์ อ.หมอเถา(วัลย์) article
บุพพกรรมแห่งดาว article
กฎแห่งกรรม อ.หมอเถา(วัลย์) article
โหราศาสตร์นอกคอก แต่ไม่นอกครู "บุษบามีคู่" อ.หมอเถา article
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช article
พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.