ReadyPlanet.com
dot dot
bulletHorasaadRevision.com
dot
ห้องโหรแว่นทิพย์
dot
bulletWelcome to foreigners
bulletกำเนิดจักรราศี
bulletกฎเกณฑ์โหราศาสตร์
bulletอันโตนาฑี
bulletอายนางศ์
bulletวิธีคำนวนสมผุสลัคนา
bulletนัยยะแห่งเรือนราศี
bulletนัยยะแห่งเรือนชะตา
bulletนัยยะแห่งดวงดาว
bulletนัยยะแห่งตำแหน่งดาว
bulletทิศาพยากรณ์
bulletโรคาพยากรณ์
bulletทักษาพยากรณ์
bulletบูรณมี-อมาวสี
bullet๑๐๘นวางค์รอบจักรวาล
bulletวรโคตรนวางค์
bulletตรียางค์พิษ
bulletโหรปัตนิและคาวพระศุกร์
bulletนานาปกรณ์เกี่ยวกับฤกษ์
bulletโหรเศรษฐกิจและการเมือง
bulletเกร็ดโหราศาสตร์
bulletเคล็ดวิชาต่างๆ
dot
โหราศาสตร์ไทย ฉบับหอมรดกไทย
dot
bulletตำนานดาวพระเคราะห์
bulletการแบ่งจักรราศี
bulletตำรามหาทักษา
bulletคัมภีร์กาลโยค
bulletลัคนากับดวงชะตา
bulletมาตรฐานดาวเคราะห์
dot
หน้าแบบฟอร์มต่างๆของเว็บไซด์
dot
bulletแบบฟอร์มตั้งชื่อ-นามสกุล
bulletแบบฟอร์มฤกษ์พิธีมงคลต่างๆ
bulletแบบฟอร์มฤกษ์คลอดบุตร
bulletแบบฟอร์มฤกษ์มงคลสมรส
bulletแบบฟอร์มฤกษ์เปลี่ยนชื่อ
bulletแบบฟอร์มห้องเรียนโหร
bulletสมุดเยี่ยม
dot
เกร็ดพยากรณ์..เพื่อความบันเทิง
dot
bulletนิสัยสาว 12 ราศี
bulletทายนิสัยจากเดือนเกิด
bulletจุดร้อนตามราศี
bulletความรักตามวันเกิด
bulletทายนิสัยจากการใส่แหวน
bulletผลไม้ทายนิสัย
bulletความรักตามกรุ๊ปเลือด
bulletอ่านใจหนุ่ม 12 ราศี
bulletผู้ชายเพอร์เฟค
bulletน้ำหอมกับราศี
bulletวิธีมัดใจหนุ่ม-สาวราศีต่างๆ
bulletพยากรณ์ ช-ญ ตามวันเกิด
bulletวันเกิดบอกนิสัยเนื้อคู่ ช-ญ
bulletทำนายเซ็กส์กับราศี
bulletความลับบนเตียง 12 ราศี
bulletเคล็ดลับดูไฝบนกายสาว
bulletทำนายผู้เกิดใน 12 นักษัตร
bulletคู่แต่ง คู่รัก คู่ขา?
bulletทายนิสัยคนใกล้ตัว 17 เรื่อง
bulletดวงของผู้หญิงตามวันเกิด
bulletดู ตัวตน,ชอบ,ยี้ หนุ่มสาว
bulletต้นไม้มงคลกับราศีเกิด
dot
เว็บวาไรตี้ยอดนิยม
dot
bulletwww.sanook.com
bulletwww.kapook.com
bulletwww.mthai.com
bulletwww.ragnarog.in.th
bulletwww.hunsa.com
bulletwww.teenee.com
bulletwww.365jukebox.com
bulletwww.dek-d.com
bulletwww.zuzaa.com
bulletwww.wanjai.com
bulletwww.narak.com
bulletwww.jorjae.com
bulletwww.aromdee.com
bulletwww.deedeejang.com
bulletwww.funwhan.com
bulletwww.saranair.com
bulletwww.madoo.com
dot
หนังสือพิมพ์ไทย-เทศ
dot
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletข่าวสด
bulletคม ชัด ลึก
bulletฐานเศรษฐกิจ
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletไทยโพสท์
bulletแนวหน้า
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletผู้จัดการ
bulletมติชน
bulletโพสท์ทูเดย์
bulletสยามธุรกิจ
bulletสยามกีฬา
bulletสยามรัฐ
bulletBangkok Post
bulletThe Nation
bulletVoice of America
bulletBBC Thai
dot
Foreign newspaper
dot
bulletNew Straits Time MY
bulletThe Straits Time SG
bulletVientiane Times LAOS
bulletNew Light of Myanmar
bulletThe Daily Tribune PH
bulletThe Manila Times PH
bulletThe Jakarta Post
bulletS. China Morning Post
bulletChina Daily CN
bulletTaipei Times TW
bulletYomiuri Shimbun JP
bulletThe Asahi Shimbun JP
bulletThe times of India
bulletAl Jazeera
bulletThe Guardian UK
bulletThe Times UK
bulletBBC News UK
bulletLe Monde FR
bulletDie Welt DE
bulletLa Nacion Line AR
bulletThe New York Time
bullet USA today
bulletThe Washington Post
bulletThe wall street Journal
bulletOnline Newspaper Di.tory
dot
ธนาคารต่างๆ
dot
bulletธ.กรุงเทพ
bulletธ.กรุงไทย
bulletธ.กรุงไทย ชาริอะฮ์
bulletธ.กรุงศรีอยุธยา
bulletธ.กสิกรไทย
bulletธ.ซิติ้แบงค์
bulletธ.ดีบีเอส ไทยทนุ
bulletธ.ทหารไทย
bulletธ.ธนชาต
bulletธ.นครหลวงไทย
bulletธ.ยูโอบี รัตนสิน
bulletธ.สแตนดาร์ด ช. นครธน
bulletธ.อิสลามแห่งประเทศไทย
bulletธ.เอเซีย
bulletธ.ไทยธนาคาร
bulletธ.ไทยพาณิชย์
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


เชิญค่ะ


 ดูหนังสือ สอบถาม
 สั่งซื้อ

eXTReMe Tracker

 ชาติ                                           

นานาทรรศนะ 
เสนอร่างรัฐธรรมนูญ
ปกิณกะ
เหตุการณ์ในอดีต 
เรื่องของไทยในอดีต 
เรื่องของชนชาติไทย
ภูมิศาสตร์ของไทย 
ก่อนสมัยสุโขทัย 
กรุงสุโขทัย
กรุงศรีอยุธยา
กรุงเทพมหานคร
นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
อุทยานประวัติศาสตร์
เมืองเก่าของไทย
ทำเนียบหัวเมือง
การทหารของไทย
ธงชัยเฉลิมพล
ทหารรักษาพระองค์
ทหารอาสาต่างชาติ 
รู้เรื่องเมืองสยาม 
ประเทศเพื่อนบ้านของไทย()
ความสัมพันธ์ไทย-อเมริกัน 
เหตุการณ์ปี ร.ศ.๑๑๒
เหตุการณ์ปี ๒๔๗๕
กรณีพิพาทอินโดจีน
การรบที่กาะช้าง
สงครามมหาเอเซียบูรพา
สงครามเกาหลี 
สงครามเวียตนาม 
กรณีปราสาทพระวิหาร
กรณีโรฮิงยา
ความไม่สงบชายแดนภาคใต้
อนุสาวรีย์วีรชน 
สารานุกรมฉบับย่อ()
ตัวหนังสือไทย
เรียนหนังสือไทยสมัยก่อน 
รามเกียรติ์ 
ขุนช้าง ขุนแผน
พระอภัยมณี
นิราศ
กาพย์เห่เรือ
สุภาษิตไทย
ธรรมเนียมประเพณีไทย 
โหราศาสตร์ไทย 
เพลงไทยให้สาระ
เงินตราไทย
เครื่องดนตรีไทย
หมากรุกไทย
มวยไทย
สมุนไพรไทย
พันธุ์ไม้ดอกไทย
นกในประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
 
ทางบก
 ทางทะเล
เที่ยวทั่วไทย 
เที่ยวไปชมไป

 ศาสนา                                     

การบริหารคณะสงฆ์
การศึกษาพระปริยัติธรรม
กฎหมายพระสงฆ์ของไทย
สมเด็จพระสังฆราช
ทำเนียบสมณศักดิ์
พัดยศสมณศักดิ์
คณะสงฆ์จีนนิกาย
คณะสงฆ์อนัมนิกาย
พระพุทธรูปสมัยต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปประจำวัน
พระธาตุเจดีย์
พระพุทธบาท
พระแท่น
พระไตรปิฎก
การแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า
การบัญญัติพระวินัย
โสพัสปัญหา
พุทธประวัติ
พระอสีติมหาสาวก
พุทธศาสนสุภาษิต
พุทธานุวัตร
วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนพิธี
พระป่าและวัดป่า
พุทธศาสนาในปัจจุบัน
ภัยแห่งพุทธศาสนา
ศาสนาต่างๆในไทย)

  พระมหากษัตริย์                      

พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย
พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา
พระมหากษัตริย์สมัยธนบุรี
พระบรมราชจักรีวงศ์
พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล
พระราชลัญจกร
เครื่องราชกกุธภัณฑ์
ธงในองค์พระมหากษัตริย์
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
น้ำอภิเษก
พระราชพิธีสิบสองเดือน
พระราชานุกิจ
จอมทัพไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
เหรียญอันเนื่องจากการรบ
พระบรมมหาราชวัง
ประชุมพงศาวดาร
ราชการสงครามฯ
งานกู้ชาติฯ
ประชุมพระราชปุจฉา
พระราชหัตถเลขา ใน ร.๔
พระบรมราโชบายฯ ร.๕
พระราชดำรัส ใน ร.๕
พระราชนิพนธ์ ใน ร.๖
ร.๖ กับการป้องกันประเทศ
พระราชดำริใน ร.๗
พระบรมราโชวาท

 มุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทย์และเทคโน
ศูนย์เทคโนอีเลคทรอนิกส์และคอมแห่งชาติ
เว็บการเรียนรู้วิทย์และเทคโนร.ร.ในชนบท
ดาราศาสตร์สำหรับคนไทย
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ
แหล่งความรู้วิศวโยธา,เครื่องกลและขนส่ง
โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ[lesa]
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนแห่งไทย
องค์การพิพธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ดูดาวดอทคอม
รวมบทความด้านวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
นิยายวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์น่ารู้

 

 มุมศาสนาต่างๆ                      

สำนักข่าวชาวพุทธ
มุสลิมไทยไซเบอร์เน็ต
หนังสือธรรมะออนไลน์
ธรรมะไทย
มุสลิมแคมปัสดอทคอม
โบสถ์คริสเตียนไทยอเมริกา
กัลยาณมิตร
เสขิยธรรม
มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย
อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
หลวงตามหาบัว
พุทธทาสศึกษา
พระรัตนตรัย
เครือข่ายสาระธรรมอิสลาม
มูลนิธิศุภนิมิตไทย
พระคริสตธรรมไทย

 10 อันดับเว็บข้อมูล อ้างอิง        

 www.google.co.th สุดยอดเว็บในการหาข้อมูล
 
www.glo.or.th สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
 
www.siamguru.com บริการค้นหาข้อมูลต่างๆ
 
www.truehits.net เว็บแสดงสถิติการเยี่ยมชม
 
lexitron.nectec.or.th ดิกชันนารีออนไลน์
 
www.yellowpages.co.th สมุดหน้าเหลืองออนไลน์
 
www.police.go.th สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
phonebook.tot.or.th ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
 
www.trainingthai.com ข่าว,ข้อมูลการฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ
 
www.khonthai.com แหล่งข้อมูลด้านทะเบียนราษฎร์ต่างๆ



โมโกจู article

 

“เพราะยอดดอยไม่สูงเกินเข่า”

คำพูดของชาวเขาที่ทำให้เราบากบั่นจนพิชิตยอด “โมโกจู”

ภาพโดย : วิษุวัส วัฒกวิฑูร  นัฐวุฒิ ช้อยเครือ 
เรื่องโดย : เชิญพร ชาคริยานุโยค

     บ่ายวันพุธที่ 13 พ.ย. กับแสงแดดยามบ่ายที่แผดเผาอย่างไม่ปรานี  ทำให้เราอดคิดอย่างฉุนๆ ไม่ได้ว่า นี่มันเดือนอะไรกันแน่  ตลอดเส้นทางเดินตามรอยเกลี่ยของรถแทรกเตอร์ร้อนระอุ  ต้นไม้สองข้างทางไม่ช่วยแผ่กิ่งก้านสร้างร่มเงาต้อนรับการกลับมาของนักเดินทางอย่างเราแต่อย่างใด ทั้งแมลงหวี่ และยุงบินวนเวียนอยู่รอบๆ หู ตา สร้างความรำคาญเวลาเดิน แต่ก็ยังไม่เท่ากับข้อเท้าทั้งสองข้างที่ปวดระบม และกล้ามเนื้อบริเวณน่องที่แข็งเกร็ง เราเดินทางมาตลอด 5 วันที่ผ่านมานี้ และตอนนี้เหลือเนินเขาเล็กๆ อีกเพียงเนินเดียวเท่านั้น เราผ่านป้ายบอกทางที่เขียนว่าสถานีที่ 1 อยู่ทางด้านซ้ายมือ เราจำได้ว่าตอนขามาเราพบป้ายนี้หลังจากเดินเข้าป่ามาได้อึดใจใหญ่ๆ อีกไม่นานเท่าไหร่เราจะได้กลับสู่เมือง พร้อมนำประสบการณ์ผจญภัยที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิตมาเล่าสู่คนที่พลาดโอกาส 

     สำหรับนักเดินทางน้องใหม่ การเดินป่าระยะไกลเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง นับจากประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติผ่านถ้ำเสาหินแห่งลำคลองงู น้ำตกนางนวลที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และทุ่งเขาแหลมในเขตเขาใหญ่ “โมโกจู” ก็ถูกบันทึกเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญต่อไปสำหรับนักนิยมไพรอย่างเรา

     กิตติศัพท์แห่งความยากลำบาก และโหดหินของเส้นทางยาวไกลที่ต้องเดินเท้ากันหลายสิบกิโลเมตร ในผืนป่าตะวันตกที่ยังอุดมสมบูรณ์  ทำให้เราและเพื่อนๆ ร่วมผจญภัยชุดเดิมมุ่งมั่นที่จะจองทริป และใจจดใจจ่อรอวันแห่งการเดินทางที่จะมาถึง  เมื่อผ่านขั้นตอนของการขออนุญาตเจ้าหน้าที่และฟิตซ้อมร่างกายเป็นอย่างดีแล้ว พวกเราทั้ง 9 คนก็แบกสัมภาระขึ้นหลัง มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อร่วมโปรแกรมการเดินป่าระยะไกล 5 วัน ในเย็นวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2545 สำหรับเรา นี่เป็นการกลับมาเยือนแม่วงก์เป็นครั้งที่สอง

     เราไปถึงที่ทำการอุทยานฯ ค่อนข้างดึก ประมาณเที่ยงคืน อากาศเย็น หลังจากที่เราชำระค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน และได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่นำทางเป็นที่เรียบร้อย พวกเราต่างหลบเข้าเต็นท์ที่อุทยานฯ เตรียมไว้ให้  และหลับยาวเพื่อเก็บแรงเอาไว้เผชิญกับเส้นทางที่ท้าทายในวันรุ่งขึ้น

     เช้าวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. 2545 พวกเรา 9 คน กับเป้สัมภาระใบใหญ่ รวมตัวกันที่หน้าที่ทำการฯเพื่อรับฟังคำแนะนำจากตัวแทนของอุทยาน เราได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่นำทางชาวเขาอีกหนึ่งท่านและเพื่อนนักเดินทางอีก 6 คน ที่จะร่วมทางไปกับเรา ตัวแทนของอุทยานอธิบายลักษณะภูมิประเทศของผืนป่าแม่วงก์ และเส้นทางที่เราจะเดินผ่านรวมถึงการปฏิบัติตัวขณะที่อยู่ในป่า และท้ายที่สุด อวยพรให้พวกเราทั้ง 15 ชีวิตโชคดีและสนุกกับการเดินทาง นับว่าเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นอยู่ไม่น้อย
     คณะเดินทางของเราแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรก (ที่เรียกว่าชุดแรกเพราะเดินนำ) คือเพื่อนๆ จาก มสธ. 6 คนกับ เจ้าหน้าที่ชาวเขาชื่อว่าลุงอภิวัฒน์ ส่วนชุดหลังคือชุดของพวกเรา 9 คนกับพี่โอ๋ (คุณอรรถพล ชุ่มชื่น) เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งที่มีอัธยาศัยดีมากและช่วยเหลือเราตลอดการเดินทาง ลุงอภิวัฒน์และพี่โอ๋นำพวกเราออกเดินจากที่ทำการอุทยานตอน 9 โมงเช้าผ่านเส้นทางรถแทรกเตอร์ที่เริ่มบุกเบิกสร้างทางรถให้แก่นักเดินป่าเพื่อช่วยย่นระยะในการเดินเท้าให้น้อยลงซัก 10 กม. แรกๆ เราเดินกันอย่างสบายๆไม่รีบ เพราะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
   การฟิตซ้อมร่างกายเพื่อให้เคยชินกับการเดินไกลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง พอเครื่องเริ่มร้อนเราก็เดินเร็วขึ้น เป้บนหลังถ่วงน้ำหนักและสร้างความลำบากมาก เพราะเราเตรียมเสบียงกรังมาเต็มอัตราศึกเพื่อดำรงชีวิตให้รอดในป่า พูดถึงตรงนี้ การกะจำนวนของกินของใช้ที่แบกมาก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะครึ่งกิโลที่เพิ่มขึ้นมาโดยเปล่าประโยชน์อาจทำให้บ่าเราล้าได้โดยไม่จำเป็น เราเดิน เดิน เดินและเดินไปตามทางขึ้นและลง ชมทัศนียภาพ 2 ข้างทาง แวะถ่ายรูปวิวและบรรดาต้นไม้และต้นเห็ดหน้าตาแปลกๆ เมื่อเริ่มล้าเราก็พักจิบน้ำเป็นระยะ 
     เราไม่ได้เตรียมน้ำกันมามากกว่าคนละ 1 ขวดเล็ก เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำที่นี่สมบูรณ์ มีให้ดื่มให้ดำผุดดำว่ายตลอดเส้นทาง และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อน้ำที่เตรียมมาเริ่มหมด ก็พอดีกับที่เราเดินลงเขาและพบธารน้ำขวางอยู่เบื้องหน้า แรกๆเราลงทุนถอดรองเท้าถุงเท้าเดินข้ามน้ำ เพราะยังติดนิสัยสะอาดจากเมืองกรุง ไม่อยากให้เท้าเปียกโดยไม่จำเป็น จนมาหลังๆเราก็เริ่มใส่รองเท้าลุยน้ำโดยไม่คิดมาก แรกๆเรานับจำนวนธารน้ำที่เราข้ามผ่าน แต่พอได้ซักธารที่ 7 เราก็เริ่มลืม เพราะธารน้ำมีมากเหลือเกิน ความเหนื่อยล้าทำให้เราละเลยกับสถิติ และรายละเอียดต่างๆที่ตั้งใจจะบันทึกไว้แต่แรก 
     หลายคนบอกว่า การเดินทางในวันแรกนี้ต้องอาศัยความอดทนอย่างเดียว เพราะหนึ่งเป็นการเดินทางวันแรกที่กล้ามเนื้อขา และบ่าต้องสร้างความเคยชิน และสอง ระยะทางวันแรกนี้จะยาวเป็นพิเศษ เพราะเราต้องข้ามเขาถึง 5 ลูก พวกเราแวะพักกลางทางเพื่อทานมื้อกลางวันกันอย่างไม่เร่งรีบ กล้องถ่ายรูป และวีดีโอถูกนำขึ้นมาเก็บภาพความเฮฮาของชาวคณะระหว่างมื้อเที่ยง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น แสงแดดที่น่าจะแผดเผาอยู่กลางศีรษะของเวลาเที่ยงวัน กลับไม่สามารถชอนไชผ่านกิ่งใบของต้นไม้หนาทึบ พวกเราต่างพอใจกับช่วงเวลาแรกของการเดินทาง
      หลังมื้อเที่ยง เราทั้ง 9 เดินฝ่าป่าดงไปตามเส้นทางที่พี่โอ๋นำเราไปอยู่ห่างๆ  พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำบอกให้รู้ว่า เป็นเวลาบ่าย และเราต้องรีบเดินให้เร็วขึ้น เป้าหมายของวันนี้คือแค้มป์พักแรมที่คลองแม่กระสา  และก่อนที่เรี่ยวแรงของวันนั้นจะหมดไป เราก็เดินลงหุบเขามาพบกับสะพานไม้ไผ่ที่ทอดข้ามลำน้ำใหญ่  ที่นี่เราได้ยินมาว่า นักเดินทางทริปแรกที่มาถึงเมื่ออาทิตย์ก่อนจะต้องทูลสัมภาระไว้บนหัว และลอยคอผ่านลำน้ำไปเพื่อตั้งแค้มป์ แต่สำหรับทริปของเรานั้นโชคดีกว่ามาก เพราะเจ้าหน้าที่ได้ทำสะพานไม้ไผ่อย่างง่ายๆไว้ให้เดินข้ามสบายๆ จากที่ทำการถึงคลองแม่กระสานี้ รวมระยะทางเดินวัดทางอากาศได้ 15 กม. (ระยะเดินจริงๆต้องยาวกว่ามาก เพราะต้องขึ้นเขาลงเขาอยู่หลายลูก) เรามาถึงริมคลองตอน 4 โมงเย็น ตามเวลาที่คาดไว้พอดิบพอดี 
     เมื่อเราข้ามไปถึงฝั่งตรงข้ามก็พบกับเพื่อนร่วมทางชุดแรกซึ่งจัดที่ทางสำหรับค้างแรมไว้ค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว คณะเรา 9 คนจึงอาศัยลานที่ว่างถัดไปเพื่อกางเต็นท์ 1 หลังสำหรับสาวๆอย่างเรา ส่วนเพื่อนผู้ชายอีก 5 คนต่างหาต้นไม้คู่ใหญ่เพื่อเล็งทำเลผูกเปลนอน และในขณะที่พวกหนุ่มๆกำลังวุ่นวายอยู่กับการปูเต็นท์ขึงเปล บรรดาสาวๆนักนิยมไพรก็เตรียมตัวลงอาบน้ำในคลองแม่กระสานั่นเอง น้ำในคลองที่เย็นฉ่ำทำให้เรารู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเราจัดการชำระล้างร่างกายเสร็จก็ขึ้นมาช่วยเพื่อนๆเตรียมอาหาร บ้างหาไม้แห้งมาทำฟืน บ้างก็หุงข้าวต้มแกงด้วยหม้อสนาม (และมีบ้างเหมือนกันที่ร้องหายาถูยานวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่เจ็บระบม)
     ในขณะที่พวกเรากำลังสนุกสนานอยู่กับการดำรงชีวิตแบบมือสมัครเล่นในป่า  พี่โอ๋คนนำทางอารมณ์ดีของเรา ก็กลับมาพร้อมเห็ดโคนดอกใหญ่ถุงเบ้อเร่อเพื่อเอามาทำต้มยำ  สร้างความตื่นเต้นให้กับคนเมืองอย่างเราไม่น้อยทีเดียว เพราะไม่นึกว่ามาไกลขนาดนี้จะมีโอกาสได้กินของหายากที่ราคาแสนแพงในตลาดบ้านเรา  และเห็ดโคนมื้อนั้นไม่ใช่อาหารหรูมื้อเดียวของชาวคณะเราเสียด้วย

      ระหว่างทานข้าวเย็น พี่โอ๋บอกโปรแกรมสำหรับวันรุ่งขึ้น คือเราจะต้องออกเดินทางไปยังแค้มป์น้ำตกแม่รีวาและพักที่นั่นเป็นคืนที่สอง ระยะทางเดินโดยประมาณคือ 1 ชั่วโมง พวกเราจึงค่อนข้างเบาใจที่การผจญภัยในวันรุ่งขึ้นเป็นเพียงการซ้อมย่อยก่อนไปเจอของจริงระหว่างขึ้นยอดดอยโมโกจู เราจัดการกับเสบียงและเห็ดโคนตรงหน้า และแยกย้ายเข้านอน อากาศคืนแรกเย็นสบายกำลังดี 

     เช้าวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย. 2545 พวกเรามุ่งหน้าไปยังแค้มป์น้ำตกแม่รีวาที่ต้องเดินเท้าลึกเข้าไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ทางเดินในวันนี้ค่อนข้างสั้นและไม่มีภูเขาสูงๆให้ต้องปีนป่าย ตลอดเส้นทางเป็นป่าไผ่ที่ร่มรื่น พวกเราพบดงเห็ดโคนมากมาย และแต่ละต้นก็อวบหนาจนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังถึงอาหารมื้อเย็นของเราในวันนั้น เรามาถึงแค้มป์แม่รีวาตอน 10 โมงกว่าๆ (ระยะทางสั้นและเดินสบายจริงๆ) เราจัดหาที่กางเต็นท์นอนกันอีกแต่ครั้งนี้ไม่ต้องเร่งให้ทันพระอาทิตย์ตกเพราะเวลามีเหลือเฟือ หลังจากทานมื้อกลางวัน พี่โอ๋ก็นำเราออกเดินไปชมน้ำตกแม่รีวาตามแผนที่วางไว้ 
     ทางไปน้ำตกออกจะยาวกว่าทางที่เราเดินมาจากคลองแม่กระสา และยังมีเนินหินลื่นๆที่เราต้องบากบั่นข้ามกันตลอด โชคยังดีที่เราไม่ต้องแบกสัมภาระเพราะเราตั้งใจมาชมน้ำตก และก็กลับไปนอนที่แค้มป์เหมือนเดิม น้ำตกแม่รีวาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นลำดับสาม ในแม่วงก์แต่มีชื่อเสียงมากพอๆ กันกับน้ำตกแม่กี ซึ่งอยู่นอกเส้นทางขึ้นยอดโมโกจู กระแสน้ำแรงเอ่อทะลักมาจากซอกหินขนาดใหญ่ชั้นบน และผ่านร่องน้ำมาตกยังแอ่งกว้างชั้นล่างสุด  
    นอกจากนั้นความแรง และปริมาณที่มหาศาลของน้ำยังเซาะแก่งหินด้านล่าง จนเอ่อล้นรวมตัวไหลทอดเป็นทางยาวลงสู่พื้นที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วง  เกิดเป็นลำน้ำขนาดย่อมที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ป่าโดยรอบ เพื่อนๆ ในคณะทนเสียงดังเสนาะของสายน้ำที่ร้องเรียกให้ลงไปแหวกว่ายกันไม่ได้อีกต่อไป ต่างถอดรองเท้าพับขากางเกงกระโจนลงสู่แอ่งน้ำใหญ่เย็นชื่นใจกันอย่างไม่มีใครรีรอ

    บางส่วนของชาวเราอยู่บนบก เพื่อเก็บภาพความอลังการของน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ไว้อวดคนที่มาไม่ถึง เล็งขึ้นไปบนจุดสูงสุดของน้ำตกตามที่สายตาของเรามองเห็น พบกับเพื่อนๆ มสธ.ที่เดินลัดเลาะเลยขึ้นไปบนแอ่งหินต้นน้ำด้านบนกำลังโบกไม้โบกมือลงมา ขณะที่เรายืนอยู่ด้านล่าง เราเห็นเพื่อนๆ ตัวโต 6  คนบนนั้นเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ จึงทำให้เราคิดได้ว่า แท้จริงแล้วธรรมชาตินี้เองที่อยู่เหนือเรา ถ้าเทียบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ  มนุษย์เราที่แม้สามารถบันดาลอะไรได้สารพัดก็เป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ของแวดล้อมบนโลกใบนี้เท่านั้น

     เมื่อเราดื่มด่ำกับสายน้ำของน้ำตกแม่รีวาจนฉ่ำใจแล้ว พี่โอ๋ก็นำเราเดินกลับมาตามเส้นทางเดิมสู่แค้มป์พักแรม ตอนกลางคืนอากาศเริ่มเย็นขึ้นกว่าคืนก่อน และมียุงชุม แต่ในตอนนี้ ยุงไม่ใช่คู่ปรับของคณะเดินทางอีกต่อไป ตัวคุ่นเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่เราเตรียมพร้อมมาเจอ ในสภาพป่าทึบเช่นนี้มีตัวคุ่นอยู่มาก พวกมันกัดเจ็บและมักทิ้งรอยแผลเป็นรูเลือดเล็กๆ แสบๆ คันๆ ให้พวกเรารำคาญใจได้ตลอดการเดินทาง  บางรายถ้าแพ้มากจะเป็นแผลบวม และทิ้งรอยดำไว้ให้ดูต่างหน้าไปอีกนาน
     วันที่สามของการเดินทาง พวกเราตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะต้องเตรียมอาหารสำหรับมื้อกลางวันระหว่างทาง วันนี้พวกเราทั้ง 15 คน จะเดินยาวจากแค้มป์แม่รีวาจนถึงตีนเขาหรือดอยที่ใกล้ทางขึ้นยอดโมโกจูมากที่สุด สภาพเส้นทางตั้งแต่ออกเดินเป็นทางลาดชัน ร้อยละ 80 ถึง 90 เป็นทางขึ้นเขาสลับกับพื้นที่ราบเพียงน้อยนิด ครึ่งวันเช้าคณะเดินทางจะต้องบากบั่นต่อสู้กับความลาดเอียงประมาณ 60 องศา ของทางเดินแคบๆ ที่ไม่มีกิ่งไม้แผ่ปกคลุม บางส่วนเป็นแนวไหล่เขาที่ต้องอาศัยความระมัดระวังในการเดินอย่างมาก 
     เป้สัมภาระบนหลังพร้อมกับน้ำดื่มที่ตระเตรียมกันมาพอสมควร (เพราะระหว่างทางไม่มีแหล่งน้ำ) ถ่วงบ่าและเอวทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเหยียบแง่งหินแต่ละแง่งเพื่อโหนตัวขึ้นไป ความร้อนของแดดตอนสายเกือบใกล้เที่ยงทำให้เราผลาญน้ำดื่มกันอย่างไม่ทันระวังตัว ผงเกลือแร่ก็ถูกงัดกันออกมาผสมน้ำดื่มกินกันอย่างหิวกระหาย เพื่อนเราบางคนถึงกับออกอาการหน้ามืดเป็นลมเพราะอากาศร้อน และสภาพการเดินป่าที่โหดร้าย เรากังวลกันเหลือเกินว่าวันนี้จะไปไม่ถึงที่หมาย มีเพื่อนคนหนึ่งในชุดแรกบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องหยุดพักเพื่อตัดสินใจว่าจะไปต่อดีหรือไม่

      และในที่สุดเมื่อมองจากระยะทางที่ยังอีกไกลโข และในวันพรุ่งนี้ที่ยังมียอดโมโกจูที่สูงและชันยิ่งกว่าต้องพิชิต เพื่อนร่วมทางผู้โชคร้ายคนนั้นก็ต้องจำใจล้มเลิกการเดินทางโดยมีเพื่อนอีกคนเดินประคองกลับแค้มป์ที่พักที่จากมา  พี่โอ๋เจ้าหน้าที่นำทางผู้เอื้ออารีก็จำต้องนำนักเดินทางกลับที่พัก และปล่อยให้ลุงอภิวัฒน์นำพวกเราขึ้นสู่ยอดดอยเพียงลำพัง เมื่อเราทราบเช่นนั้น ความเหนื่อยล้าจนเกือบท้อใจกลับกลายเป็นแรงฮึดสู้ รู้แต่ว่าเรามีโอกาสดีกว่าเพื่อนคนนั้นเพราะเราไม่บาดเจ็บ เราและเพื่อนๆอีก 8 คนแข็งใจแบกสัมภาระพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพที่หนักอึ้ง ฉุดกระชากลากกันจากเนินดินหนึ่งสู่อีกเนินหนึ่ง มิตรภาพบนทางชันก่อกำเนิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ตัว  ไม่เคยมีซักครั้งที่เราจะหยุดพักเหนื่อยกันเกินนาที  เราเร่งทำเวลากันสุดใจเพราะไม่อยากให้ตะวันตกดินก่อนถึงที่หมาย เพราะนั่นหมายถึงความลำบาก และอันตรายที่ต้องมีมากขึ้น

     ตกบ่ายสองโมงกว่าๆ เราเดินตัดหุบเขามาจนเห็นยอดเขาสุดท้ายอันเป็นที่หมายของเราอยู่ไกลๆ ตามที่เราศึกษารายละเอียดมา ก่อนเวลาบ่ายสามโมงของวันที่สามนี้เราจะต้องมองเห็นยอดโมโกจูแล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะไปถึงตีนดอยค่ำเกินไป ในตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเพื่อนๆร่วมทางของเรารู้สึกอย่างไรที่เห็นยอดเขาสูงคอยอยู่เบื้องหน้า แต่สำหรับเราช่วงเวลานั้นคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ จึงพาลทำให้เราจินตนาการเห็นยอดของโมโกจูหรือก้อนหินรูปเรือใบตั้งตระหง่านอยู่บนเขาสูงลูกนั้น แต่เพียงวูบเดียวไม่ทันที่ช่างภาพจะวางขาตั้งกล้อง ยอดดอยสูงก็ถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆหมอกหนาที่ม้วนตลบมาบดบังทิศทาง เราต่างทยอยออกเดินหน้ากันต่อไป
     เกือบหกโมงเย็นที่เรามาถึงแค้มป์ที่พักตีนดอย ลุงอภิวัฒน์ก่อกองไฟคอยท่าเราอยู่ก่อนแล้ว แกนำเรามาห่างๆเพราะเส้นทางเดินนั้นมีร่องรอยมนุษย์เหยียบย่ำพงหญ้าและดงหนามค่อนข้างชัดเจน โดยรอบบริเวณก่อนที่จะลงเขามาเจอแค้มป์นี้ก็เป็นป่ารกและมีความชื้นสูง แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝูงทากเกลอเก่าจอมสูบเลือดได้ แต่ไม่มีใครในคณะเราที่กังวลใจกับแผลดูดเลือดของทากและคุ่นเลย ความอ่อนเพลียและความหนาวเย็นของป่าดิบทำให้เราแค่อยากหาที่ผิงไฟและซุกตัวนอน การหุงหาอาหารเย็นของเราในคืนนั้น เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งเพราะกิ่งไม้ใบไม้ที่จะนำมาทำฟืนนั้นเปียกละอองหมอก

     โชคยังดีที่เราอดทนแบกแก๊สหุงต้มเล็กๆ ขึ้นไปด้วย แต่พอไม่มีกองไฟใหญ่ คืนนั้นจึงกลายเป็นคืนแห่งการหลับนอนที่แสนจะยาวนาน และทรมานที่สุด  พวกเราที่อยู่ในเต็นท์ออกจะเห็นใจเพื่อนๆ ที่นอนเปลสู้กับความหนาวเหน็บกันอยู่ด้านนอก

     เช้าตรู่ของวันที่ 12 พ.ย. เพื่อนคนหนึ่งในคณะของเราก็มาปลุก ฟ้ายังคงมืดสนิทเพราะเป็นเวลาแค่ตีสี่กว่าๆ วันนี้เราจะพิชิตยอดโมโกจู ซึ่งเพื่อนๆ 4 คนจาก มสธ. ได้บากบั่นขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกดินมาเมื่อเย็นวาน (เนื่องจากทีมนี้เคยมาแล้วและตั้งใจมาครั้งนี้เพื่อชมพระอาทิตย์ตอนเย็นบนยอดเขา) กว่าเราทั้ง 9 คนจะพร้อมก็ปาเข้าไปตีห้า ลุงอภิวัฒน์เดินนำหน้าเราไปไกลโขแล้ว แต่แกส่องไฟบอกทิศทางเราเป็นระยะ เส้นทางขึ้นดอยนี้ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินทางก็ว่าได้ อากาศช่างหนาวเย็นและหนทางก็มืดมิดจนแทบมองเท้าตัวเองไม่เห็น เราทั้ง 9 คนเดินเกาะกลุ่มกันไปติดๆโดยมีไฟฉายส่องทางเพียง 3 อัน

     ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนทำให้เราแต่ละคนคอยส่งเสียงบอกคนข้างหลังว่า จะต้องระวังซ้ายระวังขวา  พื้นที่ลาดชัน และลื่นไถลทำให้พวกเราต้องใช้มือสองข้างตะกุยดินกันขึ้นไป บ้างก็เหนี่ยวคว้าต้นหญ้าสูงๆที่ขึ้นรอบบริเวณไว้เพื่อใช้เป็นหลักยึด กว่าเราจะมองเห็นหลังคนข้างหน้าได้ก็ตอนหกโมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่เราขึ้นมาพ้นแนวป่าทึบ อากาศที่หนาวเย็นขึ้น และน้ำค้างที่ตกลงมามากจนเหมือนจะเป็นฝนบอกให้รู้ว่าเราใกล้จะถึงยอดเต็มที และเมื่อเราโผล่พ้นเนินดินสุดท้ายออกสู่ที่โล่งบนพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,900 เมตร เราก็สูดอากาศยามเช้าที่ใกล้ยอดโมโกจูเข้าเต็มปอด 

    ณ ที่โล่งแห่งนั้นยังไม่ใช่จุดสูงสุดแห่งเส้นทาง เนินเขาที่เรากำลังยืนอยู่นี้เหมือนเนินน้อง เพราะก้อนหินทรงประหลาดนั้นกลับตั้งเด่นอยู่บนยอดของเนินพี่ที่เชื่อมต่อกันโดยพื้นที่เขาแคบๆ สองข้างเขาคือเหว (เพื่อนบอกว่าลักษณะพื้นที่แบบนี้เรียกว่า "กิ่ว" ) เราต้องเดินผ่านความน่าหวาดเสียวสุดยอดของกิ่วนี้ไปอีกประมาณ 200 เมตรเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดของผืนป่าตะวันตก
     และแล้ว ประมาณเจ็ดโมงเช้าของวันที่ 12 พ.ย. พวกเราทั้ง 9 ก็ได้ชมความน่าพิศวงของก้อนหินรูปเรือใบ จุดสูงสุดแห่งการผจญภัยในหลายวันที่ผ่านมา บรรดาช่างภาพต่างไม่รอช้าชักภาพเราแต่ละคนกับก้อนหินสง่า เรามีเบื้องหลังเป็นความนุ่มละมุนงดงามของทะเลหมอกและแสงสว่างแรกแห่งวันนั้น ความตื่นเต้นดีใจทำให้เราหายเหนื่อยและลืมความยากลำบากที่ผ่านมาได้อีกหน และเราเชื่อว่า ในนาทีนี้ พวกเราทุกคนต้องแอบรู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้ประจักษ์แก่สายตาตัวเอง ถึงความยิ่งใหญ่อลังการของผืนป่าธรรมชาติแห่งเมืองไทยที่เราได้มองลงไปจากพื้นที่สูงลิบลิ่ว ณ ที่ที่เรายืนอยู่...ณ ยอดโมโกจู…ที่ซึ่งในชีวิตนี้มีน้อยคนนักจะสามารถปีนป่ายขึ้นมาถึง
    ลุงอภิวัฒน์บอกว่าเรามีเวลาอยู่ยลโฉมธรรมชาติเบื้องบนอยู่แค่ชั่วโมงเดียว เพราะเราต้องรีบลงมาเก็บข้าวของเพื่อเดินทางกลับ บนยอดสูงนั้นถ้าทุกคนยังจำได้เราไม่ได้มีคำพูดอะไรมากมาย  แต่เราแอบมองหน้าเพื่อนๆ ที่ร่วมเผชิญความยากลำบากมาด้วยกัน และเข้าใจว่าถ้ามีโอกาสแต่ละคนต้องอยากมานั่งมองพระอาทิตย์บนยอดโมโกจูนี้ด้วยกันอีก

    เราอดมีคำถามในใจไม่ได้ว่าพระอาทิตย์ยามเย็นบนโมโกจูนี้จะวิเศษเพียงใด วันหนึ่งวันใดในช่วงปลายปีหน้าที่แม่วงก์เปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง เราจะกลับมาค้นหา แต่ปีนี้เราอยากปล่อยให้โอกาสเป็นของเพื่อนๆ ที่รักการเดินทางเที่ยวธรรมชาติคนอื่นๆได้ขึ้นมาร่วมรับรู้ความประทับใจแบบพวกเราทั้ง 9 คนบ้าง

 
ข้อมูลเพิ่มเติม
     เขาโมโกจู ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอยู่ในพื้นที่ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ และ อ.คลองขลุง  จ.กำแพงเพชร  ที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ อยู่ที่ อ.คลองลาน  จ.กำแพงเพชร  

การเดินทาง
     เริ่มจาก จ.กำแพงเพชร ใช้เส้นทาง กำแพงเชร - นครสวรรค์ (ทางหลวงหมายเข 1) ถึง กม.ที่ 338  ให้เลี้ยวขวา ไปทาง อ.คลองลาน (ทางหลวงหมายเข 1117) ขับตรงไปเรื่อยๆ ถึง กม.ที่ 65 ใช้เส้นทางคลองลาน - อุ้มผาง ต่อไปอีกประมาณ 15 กม. 

ติดต่ออุทยานแห่งชาติแม่วงก์ : โทร. 0 - 5571 - 9010 - 1

ชมภาพเพิ่มเติม




ยินดีต้อนรับสู่เว็บแว่นทิพย์

เว็บดูดวง ตั้งชื่อ เปลี่ยนนามสกุล!! article
. article
Hope to see u again kha..bye article
"ศิริราช" เจ๋งผ่ามะเร็งไม่ต้องตัดเต้า ทีมแพทย์เผยเป็นแห่งที่ 2 ในเอเชีย article
21 เคล็ดลับความสาว article
โยคะเพื่อชีวิต article
Welcome to foreigners article
นวดกายคลายโรค article
จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ article
Sex ประตูหลัง สุขสุดๆ หรือเสี่ยงสลด ! article
ศิลปะง่ายๆ ที่ใช้ได้ดีในการออกเดท...ครั้งแรก article
ตามล่าหาเหตุแห่ง “ชู้” ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี? article
เซ็กส์กับคนอ้วน article
ทำงานหนัก “เซ็กซ์เสื่อม”? article
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง article
การดูแลหลังคลอดแบบแผนไทย article
“นิทาน” เครื่องมือทรงพลังเพื่อสร้าง IQ และ EQ เด็กไทย article
นวดสัมผัสบำบัดให้ลูกน้อย article
ร่วมรัก.. ที่เจ็บจริงๆ นะคุณ article
สปีชี่ส์ ของคน “โสด” article
ชอบ รัก หลง แตกต่างกันอย่างไร? article
คนใกล้ใจจาก ก - ฮ article
Leaving on a jet plane เวอร์ชั่นภาษาไทย article
Sailing By Rod Stewart เวอร์ชั่นภาษาไทย article
สวย สบาย ด้วยสปาแบบไทยๆ article
อะไร? คือ ความรัก article
ดื่มน้ำรักษาโรค article
"โยกิลาทิส" เทรนด์ใหม่วัยใส article
"หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย"อานิสงส์ของการกินเจ ภาค 2 article
"หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย"อานิสงส์ของการกินเจ ภาค 1 article
พิสูจน์มหัศจรรย์นวดตัวเอง 14 กระบวนท่า article
28 กลเม็ดเพื่อเซ็กซ์สุดสนุก article
นวดบำบัด ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ article
นวดกดจุด ดัดตน คลายเครียดด้วยตนเอง article
มาเจริญสติเพื่อเลิกบุหรี่กันเถอะ article
เพิ่มพลังชีวิตด้วย "โยคะ" article
กามสูตร ศิลปะแห่งความรัก ภาคฝรั่ง 2 article
กามสูตร ศิลปะแห่งความรัก ภาคฝรั่ง 1 article
มหัศจรรย์ "พลังหินบำบัด" article
น้ำตกตาดฟ้า article
เที่ยวภูเก็ต สบายใจ ดำผุดดำว่ายที่เกาะพีพี article
ชวนชม ชวนชิม ของเด็ดขึ้นชื่อ “เมืองเพชรบุรี” article
ไปเมือง“นนท์” ค้นหาที่น่าเที่ยว เก็บเกี่ยวความทรงจำ article
“หนองคาย” เมืองสงบเรียบง่ายริมฝั่งโขง article
เติมพลังให้ชีวิต...ที่เกาะมันนอก article
ระนอง เมืองที่ไม่มีเค้าฝน article
อุทยานนกน้ำทะเลน้อย article
เที่ยวแหล่งน้ำแร่ร้อน ผ่อนคลายแบบสปา article
สีสันวันเปิดภูกระดึง article
ที่สุดแห่งข้าวสาร article
“นครธม” มหานครแห่งปราสาท article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.